|
|
|
สรรพคุณของของถั่วเขียวและถั่วแดง (ภาค 1) |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๖:%M น. |
|
สรรพคุณของของถั่วเขียวและถั่วแดง ถั่วเขียว เป็นที่รู้จักของนักนิยมกินก๋วยเตี๋ยวที่จะขาด"ถั่วงอก"ไปไม่ได้ แต่หลายคนกลับสั่ง"ไม่งอก"เพราะรังเกียจกลิ่นหรือรสชาติของถั่วงอก จึงนิยมผักชนิดอื่น เช่น ใบตำลึง ยอดผักบุ้ง ฯลฯ อันที่จริงถั่วงอกไม่ใช่ผักเป็นพืชตระกูลถั่วที่งอกออกมา แต่คนไทยมักเรียกเป็นผัก แต่จะจัดกลุ่ม อย่างไรก็ไม่สำคัญเท่ารู้จักกินพืชผัก ถั่วและธัญพืชหรือไม่
ในแง่อาหารหรือคุณค่าทางโภชนาการ ถั่วเขียวมีแป้งอยู่ปริมาณสูง มีไขมันต่ำ และมีโปรตีนสูงเมื่อเทียบกับถั่วชนิดอื่นๆนักมังสวิรัติจึงเลือกกินถั่วเขียว เป็นแหล่งอาหารโปรตีนได้ หรือผู้ต้องการจำกัดไขมันในร่างกายก็ควรนึกถึงถั่วงอกเพราะให้ไขมันต่ำ นอกจากนี้ แป้งในถั่วเขียวจำนวนมากนั้น จึงมีการนำไปผลิตเชิงอุตสาหกรรมทำเป็นวุ้นเส้น ซึ่งมีการศึกษาพบว่า การกินวุ้นเส้น(ที่ทำจากถั่วเขียว)ร่างกายจะย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลช้ากว่าการกินอาหารจากแป้งชนิดอื่น เช่น ข้าวเหนียว เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นบะหมี่ เป็นต้น ดังนั้น จึงมีการแนะนำให้ผู้เป็นเบาหวาน หันมากินอาหารจากวุ้นเส้นบ้าง เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งปรี๊ดเร็วเกินไปนัก แต่อย่าได้กินถั่วเขียว หรือวุ้นเส้นมากเกินไป เพราะแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ จะเปลี่ยนเป็นไขมันกองอยู่ในร่างกายของเราต่อไป ในด้านสรรพคุณสมุนไพร เมล็ดถั่วเขียวมีรสมัน แก้ข้อขัด บำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน บำรุงกำลัง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาภายนอกโดยใช้เมล็ดถั่วเขียวดิบหรือต้มสุก นำมาตำพอกแผล ช่วยบ่มหนองให้ฝีสุกหรือแก้ฝีได้และในตำรายาจีน หรือใครที่เติบโตมาในครอบครัวชาวจีนที่ยังสืบทอดการดูแลสุขภาพในครัวเรือนไว้ จะพบว่าแม่มักจะต้มถั่วเขียวให้ลูกหลานได้กินในฤดูร้อนหรือในเวลาอาการร้อน เนื่องจากถั่วเขียวมีคุณสมบัติหรือฤทธิ์เย็น และรสหวาน ใช้ขับร้อน แก้กระหาย ขับพิษ แม้แต่บางรายที่ลืมตัวดื่มสุราเมรัยเมาอย่างหนักจนไม่สบาย ให้รีบต้มถั่วเขียวให้กิน แก้พิษสุราได้ หรือจะเสริมพลังต้มถั่วเขียวกับถั่วดำตามตำราอาหารจีนกินแก้เมาก็ยิ่งดีใหญ่ และถ้าเป็นการแก้อาการร้อนในทั่วไป ขับพิษร้อนในร่างกายในอากาศร้อนเช่นทุกวันนี้ แม้ว่าฝนกำลังเริ่มมา แต่อากาศก็ยังร้อน ให้ต้มถั่วเขียว กับข้าวกล้องกิน โดยแช่ถั่วเขียวไว้ข้ามคืน แล้วจีงต้มกับข้าวกล้องจนกลายเป็นข้าวต้ม แบ่งกิน 3 มื้อ เมนูนี้ยังช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือดด้วย และถือว่าเป็นอาหารบำรุงร่างกายที่ดีด้วย และถ้ามีอาการร้อนในจากการนอนดึก มีอาการตาแดง เจ็บคอ ท้องผูก ให้ต้มถั่วเขียวใส่น้ำตาลเล็กน้อยกิน จะช่วยปรับความร้อน และแก้อาการเหล่านี้ได้ ถ้าใครเป็นลมแดดเพราะตากแดดหรือทำงานกลางแดดนานๆลองทำตามตำราจีน ใช้ถั่วเขียว 60 กรัม ต้มกับน้ำให้ถั่วเขียวสุก แต่ไม่ถึงกับถั่วแตก กรองเอาถั่วออก ใส่ดอกบวบสด 8 ดอก ลงไปต้มต่อให้เดือด นำน้ำยานี้มาดื่มขณะอุ่นๆแก้อาการลมแดด นอกจากนี้ในสรรพคุณขับพิษ หรือมีการกล่าวถึงถั่วเขียวล้างพิษนั้น ให้นำถั่วเขียวดิบมาสัก 1 กำมือ แช่น้ำจนพองดีแล้ว นำมาบดแล้วคั้นเอาแต่น้ำดื่ม สามารถทำดื่มได้แต่ไม่ควรทำกินบ่อยหรือถี่มากนัก เนื่องจากถั่วเขียวมีฤทธิ์เย็น กินมากไปทำให้ร่างกายเสียสมดุล
ที่มา : มติชน สุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 28 พ.ค.- 3 มิ.ย 2553
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๖:%M น. |
|
เขียนโดย Toysfriend
|
|
วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๗:%M น. |
|
น้ำแตงโม

ส่วนผสม -เนื้อแตงโม 50 กรัม(5 ช้อนคาว) -น้ำเชื่อม 15 กรัม(1 ช้อนคาว) -เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม(1/5 ช้อนชา) -น้ำเปล่าต้มสุก 150 กรัม(10 ช้อนคาว)
วิธีทำ 1.นำเนื้อแตงโม น้ำเปล่า น้ำเชื่อม เกลือ ใส่ในเครื่องปั่น 2.ปั่นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ *คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และวิตามินซี ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน *คุณค่าทางยา ช่วยขับปัสสาวะ ปากเป็นแผล แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๒๐:%M น. |
|
วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๖:%M น. |
|
น้ำเชอรี่

ส่วนผสม -เชอรี่ 100 กรัม(7 ช้อนโต๊ะ) -น้ำเชื่อม 30 กรัม(2 ช้อนโต๊ะ) -น้ำเปล่าต้มสุก 200 กรัม(14 ช้อนโต๊ะ) -เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม(1/5 ช้อนชา) วิธีทำ 1.เลือกเชอรี่เด็ดก้านล้างให้สะอาด นำไปใส่เครื่องปั่น 2.ใส่น้ำต้มครึ่งหนึ่งปั่นให้ละเอียดนำไปกรองเอาแต่น้ำ นำน้ำเปล่าต้มสุกส่วนที่เหลือใส่ลงไปคั้นกับกากเชอรี่ให้แห้งมากที่สุด 3.นำน้ำเชอรี่ที่คั้นได้ใส่น้ำเชื่อมเติมเกลือ ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ *คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินสูงมาก ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน *คุณค่าทางยา ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ เวลา ๒๐:%M น. |
|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เวลา ๐๗:%M น. |
|
สลัดอโวคาโดมะม่วงสุก

เครื่องปรุง - อโวคาโดสุกหั่นเต๋าใหญ่ 100 กรัม - มะม่วงสุกปอกเปลือกหั่นเต๋า 50 กรัม - มะเขือเทศหั่นเต๋า 50 กรัม - หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 1/4 ถ้วยตวง - มะกอกดำหั่นเป็นแว่น 1/4 ถ้วยตวง - น้ำสลัดน้ำใสราสเบอรี่ พอประมาณ - ผักสลัดรวม 50 กรัม
วิธีทำ 1.นำอโวคาโดมาผ่าครึ่งลูก แล้วเอาเม็ดออก ตัก เอาแต่เนื้อออกมาหั่นเป็นลูกเต๋า พักไว้ส่วนเปลือกเก็บไว้สำหรับใช้เสิร์ฟ 2.ในชามผสมใส่เนื้ออโวคาโดหั่นแล้วใส่มะม่วงสุกหั่นเต๋า มะเขือเทศหั่นเต๋า หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า มะกอกดำหั่นเป็นแว่น ผสมพอเข้ากัน 3.ใส่น้ำสลัดราสเบอรี่ลงไปในชามผสมที่มีผักทั้งหมดอยู่ คลุกพอเข้ากัน 4.ตักสลัดอโวคาโดที่ได้ลงในเปลือกอโวคาโดที่เตรียมไว้ จัดวางลงในจานเสิร์ฟกับผักสลัดรวม
สลัดน้ำใสราสเบอรี่
เครื่องปรุง กลุ่มที่ 1 - ต้นหอมสับละเอียด 1/4 ถ้วยตวง - หอมแดงสับ 1/4 ถ้วยตวง - มัสตาร์ด 2 ช้อนชา - น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำส้มกลิ่นราสเบอรี่ 1/2 ถ้วยตวง - น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง - ซอสปรุงรส 1/4 ถ้วยตวง - พริกไทย 1/2 ช้อนชา
กลุ่มที่ 2 - น้ำมันถั่วเหลือง 2 ถ้วยตวง
วิธีทำ 1.ในชามผสม ใส่เครื่องปรุงกลุ่มที่ 1 ลงไป ผสมให้เข้ากัน 2.ค่อยๆเติมน้ำมันถั่วเหลืองลงในส่วนผสม ตีให้เข้ากันจนข้น ชิมรสให้ออกเปรี้ยว เค็ม มัน 3.เสิร์ฟกับผักสลัดที่เตรียมไว้
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๒๐:%M น. |
|
|
|
|
|
|
หน้า 1 จาก 2 |