พฤหัสบดี, ๒๙ ก.ค. ๒๕๕๓
You are here: Home เมนูอร้อย..อร่อย เมนูคุณแม่คนสวย

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์

เว็บไซต์นี้ได้รับการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
เมนูคุณแม่คนสวย
สรรพคุณของของถั่วเขียวและถั่วแดง (ภาค 2) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๖:%M น.

ถั่วแดง

       ถ้าดูตามสรรพคุณทางยาจะมีส่วนคล้ายถั่วเขียว แต่ถ้าแยกแยะจัดเรตติ้งคุณสมบัติร้อนเย็นแล้ว ถั่วแดงมีฤทธิ์เป็นกลาง คือไม่ร้อนไม่เย็น (แต่ก็ยังช่วยขับร้อนได้)มีรสหวาน เปรี้ยว กล่าวตามสรรพคุณทางยา ถั่วแดงช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวม เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ ช่วยการไหลเวียนของเลือดลดอาการอักเสบ บวม มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ แก้ลมพิษ ดีซ่าน แก้อาหารเป็นพิษ รักษาอาการลำไส้อักเสบ แนะนำเมนูอาหารจากถั่วแดง ให้ใช้ถั่วแดงและข้าวสารอย่างละเท่าๆกัน เช่น อย่างละ 100 กรัม จัดการต้มถั่วแดงให้เดือดด้วย ไฟอ่อนๆจนเมล็ดถั่วแตกออกมา จากนั้นใส่ข้าวสารลงไปต้ม ต้มด้วยไฟอ่อนๆจนเละเป็นข้าวต้ม ข้าวต้มถั่วแดงชามนี้ ช่วยขับร้อน ขับพิษคล้ายถั่วเขียว และยังช่วยขับน้ำลดบวม ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร และมีฤทธิ์ขับปัสสาวะมาก จึงไม่ควรกินบ่อย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต
       ถ้าอยากเสริมพลังให้ถั่วแดงแรงฤทธิ์ในสูตรอาหารบำรุงแนวจีนๆต้องเมนูไก่ตุ๋นกับถั่วแดง โดยใช้แม่ไก่ที่เอาเครื่องในออกหมด ล้างสะอาด ใส่ถั่วแดงลงไปในท้องไก่สัก 60 กรัม นำไปตุ๋นจนสุก ปรุงรสตามชอบเมนูนี้จะได้พลังไก่เป็นยาบำรุงกำลัง และเสริมฤทธิ์ถั่วแดง เพื่อช่วยในการลดบวมต่างๆได้ และช่วยบำรุงพลังด้วย แต่ถ้าท่านใดยังเวียนหัวจนความดันขึ้น จากการนั่งหน้าจอติดข่าวสารบ้านเมืองงอมแงม ขอกระซิบเบาๆว่า ถั่วแดงลดความดันโลหิตสูงได้นะ ให้เอาถั่วสัก 30 กรัม ต้มกับพุทธาจีน 15 ลูก ต้มให้เปื่อย นำมากินวันละ 1 ครั้ง เช้าหรือเย็นก็ได้ กินนานสัก 1 เดือน สูตรอาหารนี้ถือว่าเป็นอาหารสมุนไพรเสริมฤทธิ์ยาลดความดันท่านที่กำลังรับประทานอยู่ เพื่อช่วยเสริมฤทธิ์ลดความดันสูงได้ยิ่งขึ้น
       ถ้าให้ดียิ่งขึ้น ลองต้มถั่วดำ ถั่วขาว งาดำ ลูกเดือย รวมเข้าไปด้วยจะได้อาหารสุขภาพที่มาจากหลายสีสัน บำรุงหล่อเลี้ยงชีวิตให้เแข็งแรง
สมบูรณ์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ที่มา : มติชน สุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 28 พ.ค.- 3 มิ.ย 2553

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๖:%M น.
 
สรรพคุณของของถั่วเขียวและถั่วแดง (ภาค 1) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๖:%M น.

สรรพคุณของของถั่วเขียวและถั่วแดง
       ถั่วเขียว เป็นที่รู้จักของนักนิยมกินก๋วยเตี๋ยวที่จะขาด"ถั่วงอก"ไปไม่ได้ แต่หลายคนกลับสั่ง"ไม่งอก"เพราะรังเกียจกลิ่นหรือรสชาติของถั่วงอก
จึงนิยมผักชนิดอื่น  เช่น ใบตำลึง ยอดผักบุ้ง ฯลฯ อันที่จริงถั่วงอกไม่ใช่ผักเป็นพืชตระกูลถั่วที่งอกออกมา แต่คนไทยมักเรียกเป็นผัก แต่จะจัดกลุ่ม
อย่างไรก็ไม่สำคัญเท่ารู้จักกินพืชผัก ถั่วและธัญพืชหรือไม่
     

      ในแง่อาหารหรือคุณค่าทางโภชนาการ ถั่วเขียวมีแป้งอยู่ปริมาณสูง มีไขมันต่ำ และมีโปรตีนสูงเมื่อเทียบกับถั่วชนิดอื่นๆนักมังสวิรัติจึงเลือกกินถั่วเขียว เป็นแหล่งอาหารโปรตีนได้ หรือผู้ต้องการจำกัดไขมันในร่างกายก็ควรนึกถึงถั่วงอกเพราะให้ไขมันต่ำ นอกจากนี้ แป้งในถั่วเขียวจำนวนมากนั้น จึงมีการนำไปผลิตเชิงอุตสาหกรรมทำเป็นวุ้นเส้น ซึ่งมีการศึกษาพบว่า การกินวุ้นเส้น(ที่ทำจากถั่วเขียว)ร่างกายจะย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลช้ากว่าการกินอาหารจากแป้งชนิดอื่น เช่น ข้าวเหนียว เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นบะหมี่ เป็นต้น
      ดังนั้น จึงมีการแนะนำให้ผู้เป็นเบาหวาน หันมากินอาหารจากวุ้นเส้นบ้าง เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งปรี๊ดเร็วเกินไปนัก แต่อย่าได้กินถั่วเขียว หรือวุ้นเส้นมากเกินไป เพราะแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ จะเปลี่ยนเป็นไขมันกองอยู่ในร่างกายของเราต่อไป
ในด้านสรรพคุณสมุนไพร เมล็ดถั่วเขียวมีรสมัน แก้ข้อขัด บำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน บำรุงกำลัง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาภายนอกโดยใช้เมล็ดถั่วเขียวดิบหรือต้มสุก นำมาตำพอกแผล ช่วยบ่มหนองให้ฝีสุกหรือแก้ฝีได้และในตำรายาจีน หรือใครที่เติบโตมาในครอบครัวชาวจีนที่ยังสืบทอดการดูแลสุขภาพในครัวเรือนไว้ จะพบว่าแม่มักจะต้มถั่วเขียวให้ลูกหลานได้กินในฤดูร้อนหรือในเวลาอาการร้อน เนื่องจากถั่วเขียวมีคุณสมบัติหรือฤทธิ์เย็น และรสหวาน ใช้ขับร้อน แก้กระหาย ขับพิษ แม้แต่บางรายที่ลืมตัวดื่มสุราเมรัยเมาอย่างหนักจนไม่สบาย ให้รีบต้มถั่วเขียวให้กิน แก้พิษสุราได้ หรือจะเสริมพลังต้มถั่วเขียวกับถั่วดำตามตำราอาหารจีนกินแก้เมาก็ยิ่งดีใหญ่ และถ้าเป็นการแก้อาการร้อนในทั่วไป ขับพิษร้อนในร่างกายในอากาศร้อนเช่นทุกวันนี้ แม้ว่าฝนกำลังเริ่มมา แต่อากาศก็ยังร้อน ให้ต้มถั่วเขียว กับข้าวกล้องกิน โดยแช่ถั่วเขียวไว้ข้ามคืน แล้วจีงต้มกับข้าวกล้องจนกลายเป็นข้าวต้ม แบ่งกิน 3 มื้อ เมนูนี้ยังช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือดด้วย และถือว่าเป็นอาหารบำรุงร่างกายที่ดีด้วย และถ้ามีอาการร้อนในจากการนอนดึก มีอาการตาแดง เจ็บคอ ท้องผูก ให้ต้มถั่วเขียวใส่น้ำตาลเล็กน้อยกิน จะช่วยปรับความร้อน และแก้อาการเหล่านี้ได้
          ถ้าใครเป็นลมแดดเพราะตากแดดหรือทำงานกลางแดดนานๆลองทำตามตำราจีน ใช้ถั่วเขียว 60 กรัม ต้มกับน้ำให้ถั่วเขียวสุก แต่ไม่ถึงกับถั่วแตก กรองเอาถั่วออก ใส่ดอกบวบสด 8 ดอก ลงไปต้มต่อให้เดือด นำน้ำยานี้มาดื่มขณะอุ่นๆแก้อาการลมแดด นอกจากนี้ในสรรพคุณขับพิษ หรือมีการกล่าวถึงถั่วเขียวล้างพิษนั้น ให้นำถั่วเขียวดิบมาสัก 1 กำมือ แช่น้ำจนพองดีแล้ว นำมาบดแล้วคั้นเอาแต่น้ำดื่ม สามารถทำดื่มได้แต่ไม่ควรทำกินบ่อยหรือถี่มากนัก เนื่องจากถั่วเขียวมีฤทธิ์เย็น กินมากไปทำให้ร่างกายเสียสมดุล

ที่มา : มติชน สุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 28 พ.ค.- 3 มิ.ย 2553


 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๖:%M น.
 
น้ำแตงโม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Toysfriend   
วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๗:%M น.

น้ำแตงโม

sweet_28.jpg

ส่วนผสม
-เนื้อแตงโม 50 กรัม(5 ช้อนคาว)
-น้ำเชื่อม 15 กรัม(1 ช้อนคาว)
-เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม(1/5 ช้อนชา)
-น้ำเปล่าต้มสุก 150 กรัม(10 ช้อนคาว)

 

 

 

 

 

 

วิธีทำ
1.นำเนื้อแตงโม น้ำเปล่า น้ำเชื่อม เกลือ ใส่ในเครื่องปั่น
2.ปั่นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
*คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และวิตามินซี ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
*คุณค่าทางยา ช่วยขับปัสสาวะ ปากเป็นแผล แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ

 

 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๒๐:%M น.
 
น้ำเชอรี่ PDF พิมพ์ อีเมล
วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๖:%M น.

น้ำเชอรี่
h002cr.jpg

ส่วนผสม
-เชอรี่ 100 กรัม(7 ช้อนโต๊ะ)
-น้ำเชื่อม 30 กรัม(2 ช้อนโต๊ะ)
-น้ำเปล่าต้มสุก 200 กรัม(14 ช้อนโต๊ะ)
-เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม(1/5 ช้อนชา)
วิธีทำ
1.เลือกเชอรี่เด็ดก้านล้างให้สะอาด นำไปใส่เครื่องปั่น
2.ใส่น้ำต้มครึ่งหนึ่งปั่นให้ละเอียดนำไปกรองเอาแต่น้ำ นำน้ำเปล่าต้มสุกส่วนที่เหลือใส่ลงไปคั้นกับกากเชอรี่ให้แห้งมากที่สุด
3.นำน้ำเชอรี่ที่คั้นได้ใส่น้ำเชื่อมเติมเกลือ ชิมรสตามชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
*คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินสูงมาก ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
*คุณค่าทางยา ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ เวลา ๒๐:%M น.
 
สลัดอโวคาโดมะม่วงสุก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เวลา ๐๗:%M น.

สลัดอโวคาโดมะม่วงสุก

1221864339.jpg

เครื่องปรุง
- อโวคาโดสุกหั่นเต๋าใหญ่      100 กรัม
- มะม่วงสุกปอกเปลือกหั่นเต๋า  50   กรัม
- มะเขือเทศหั่นเต๋า             50   กรัม
- หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า           1/4  ถ้วยตวง
- มะกอกดำหั่นเป็นแว่น         1/4  ถ้วยตวง
- น้ำสลัดน้ำใสราสเบอรี่ พอประมาณ
- ผักสลัดรวม                   50   กรัม

วิธีทำ
1.นำอโวคาโดมาผ่าครึ่งลูก แล้วเอาเม็ดออก ตัก เอาแต่เนื้อออกมาหั่นเป็นลูกเต๋า พักไว้ส่วนเปลือกเก็บไว้สำหรับใช้เสิร์ฟ
2.ในชามผสมใส่เนื้ออโวคาโดหั่นแล้วใส่มะม่วงสุกหั่นเต๋า มะเขือเทศหั่นเต๋า หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า มะกอกดำหั่นเป็นแว่น ผสมพอเข้ากัน
3.ใส่น้ำสลัดราสเบอรี่ลงไปในชามผสมที่มีผักทั้งหมดอยู่ คลุกพอเข้ากัน
4.ตักสลัดอโวคาโดที่ได้ลงในเปลือกอโวคาโดที่เตรียมไว้ จัดวางลงในจานเสิร์ฟกับผักสลัดรวม


สลัดน้ำใสราสเบอรี่

เครื่องปรุง
กลุ่มที่ 1
- ต้นหอมสับละเอียด 1/4 ถ้วยตวง
- หอมแดงสับ 1/4 ถ้วยตวง
- มัสตาร์ด 2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มกลิ่นราสเบอรี่ 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
- ซอสปรุงรส 1/4 ถ้วยตวง
- พริกไทย 1/2 ช้อนชา

กลุ่มที่ 2
- น้ำมันถั่วเหลือง 2 ถ้วยตวง


วิธีทำ
1.ในชามผสม ใส่เครื่องปรุงกลุ่มที่ 1 ลงไป ผสมให้เข้ากัน
2.ค่อยๆเติมน้ำมันถั่วเหลืองลงในส่วนผสม ตีให้เข้ากันจนข้น ชิมรสให้ออกเปรี้ยว เค็ม มัน
3.เสิร์ฟกับผักสลัดที่เตรียมไว้



ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๒๐:%M น.
 
« เริ่มแรกย้อนกลับ12ถัดไปสุดท้าย »

หน้า 1 จาก 2